10 ความเชื่อ – กุศโลบาย ในพิธีแต่งงานแบบไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลของคู่บ่าวสาว

News

การแต่งงานตามประเพณีไทยได้มีการสืบทอดมายาวนาน และในห้วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปก็ได้มีการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคนแก่คู่บ่าวสาวมากที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นกุศโลบายของผู้หลักผู้ใหญ่ที่ต้องการสอนให้คู่บ่าวสาวได้เรียนรู้และนำใช้ในการครองเรือนให้มีแต่ความสุข

10 ความเชื่อ – กุศโลบาย ในพิธีแต่งงานแบบไทย

1. ฤกษ์มงคล

เมื่อหนุ่มสาวคบหาดูใจและเรียนรู้นิสัยใจคอกันจนเป็นที่พอใจซึ่งกันและกันแล้ว ฝ่ายชายก็ต้องหาเฒ่าแก่ไปทาบทาบผู้หลักผู้ใหญ่รวมทั้งพ่อแม่ของฝ่ายหญิง หากผู้หลักผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงเห็นชอบและพ่อแม่ฝ่ายหญิงตกลง ก็จะต้องมีการดูฤกษ์มงคล โดยเอาวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของทั้งสองฝ่ายไปให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญช่วยดูวันเวลาที่เหมาะสมกับการแต่งงาน

ในเรื่องการดูฤกษ์มงคลเป็นทั้งความเชื่อและกุศโลบาย กล่าวคือ

ฤกษ์มงคลเป็นความเชื่อที่ถ่ายทอดมาในสังคมไทยแต่โบราณว่า การจะเริ่มต้นทำสิ่งใดหากไม่ได้มีฤกษ์ยามที่ดีก็อาจไม่สำเร็จตามที่ต้องการได้

ในเรื่องกุศโลบายก็คือ พิธีกรรมในการผูกดวงโดยผู้ที่มีความรู้ในเรื่องโหราศาสตร์ จะทำให้คู่แต่งงานได้มีความมั่นใจในการใช้ชีวิตร่วมกัน เพราะได้รับการยืนยันจากเทวดาฟ้าดินแล้ว

2. เพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว

การเลือกเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวก็ต้องมีหลักเกณฑ์คือ ต้องเลือกจากคนที่มีคู่รักและมีแผนที่จะแต่งงานกันในระยะเวลาไม่นาน

กุศโลบายในเรื่องนี้ก็คือ เป็นการสอนขั้นตอนและพิธีการให้กับเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว เพื่อถึงเวลาแต่งงานของตนเองจะได้ไม่เคอะเขิน

3. ขบวนขันหมาก

3.1 ผู้ที่นำหน้าขบวนขันหมาก นอกจากจะมีเจ้าบ่าว พ่อแม่เจ้าบ่าวแล้ว ยังต้องมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวนำขบวนมาด้วย

กุศโลบายในเรื่องนี้คือ เพื่อให้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงมั่นใจได้ว่าฝ่ายชายมีผู้ให้คำแนะนำที่ดีในการครองเรือนจึงวางใจที่จะมอบลูกสาวให้ไปอยู่กับฝ่ายชายได้

3.2 พ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวไม่ควรเผชิญหน้ากับขบวนแห่ขันหมาก ด้วยความเชื่อที่ว่าในอนาคตอาจมีเรื่องไม่ถูกกัน

กุศโลบายในเรื่องนี้คือ เป็นการสอนฝ่ายหญิงให้รู้จักต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย เพราะเมื่อออกเรือนแล้วจะหวังพึ่งคำแนะนำจากพ่อแม่เหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว

4. พระสงฆ์ 9 รูป

ในการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตคู่ นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป เพราะอ่านพ้องเสียงกับคำว่า “ก้าว” ที่หมายถึงความก้าวหน้าในชีวิตคู่นั้นเอง

5. การรดน้ำสังข์

มีความเชื่อว่าหลังจากที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวทำขั้นตอนรดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายไหนที่ลุกขึ้นยืนก่อน เชื่อว่าฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือคู่ครองของตน

ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คือ หากคน 2 คนล้มลง เป็นเรื่องปกติของผู้ที่แข็งแรงกว่าต้องลุกขึ้นยืนจนเท้ามั่นคงก่อน ถึงจะดึงผู้ที่อ่อนแอกว่าให้ลุกขึ้นยืนได้

แต่วิธีที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือ คู่บ่าวสาวช่วยกันประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นพร้อมกัน ซึ่งให้ความหมายว่าประคับประคองชีวิตคู่ไปด้วยกัน

6. มาลัยคล้องคอคู่บ่าวสาว

คู่บ่าวสาวต้องใช้มาลัยคล้องคอคู่เดียวกันทั้งในพิธีตอนเช้าและพิธีตอนเย็นด้วย เป็นเคล็ดที่เชื่อว่าจะช่วยให้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันต่อไปอย่างราบรื่น

กุศโลบายในเรื่องนี้คือ เป็นการสอนคู่บ่าวสาวว่าหากมีสิ่งของที่มีค่าและสำคัญควรเก็บรักษาไว้ให้ดีและใช้งานให้มีประโยชน์อย่างเต็มที่

7. มงคลแฝดสวมศีรษะคู่บ่าวสาว

มงคลนี้มีไว้สวมศีรษะคู่บ่าวสาวตอนทำพิธีรดน้ำสังข์ เป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวของคู่บ่าวสาว

8. พิธีสวมแหวน

มีความเชื่อกันว่าตอนเจ้าสาวสวมแหวนแต่งงานเพชรให้เจ้าบ่าว หากทำแหวนหล่นหรือสวมแหวนแล้วไม่สุด เชื่อกันว่าเจ้าสาวจะมีอำนาจเหนือกว่าเจ้าบ่าว

กุศโลบายในเรื่องนี้จะสอนฝ่ายชายให้ต้องคอยช่วยเหลือฝ่ายหญิงในการทำงานใดๆ ก็ตาม ดังนั้นในการสวมแหวนของฝ่ายหญิง ฝ่ายชายต้องช่วยประคองไม่ให้แหวนหลุดจากนิ้ว หรือสวมแหวนไม่สุดนิ้ว

9. พิธีปูที่นอน

มักจะเชิญผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่และน่าเคารพนับถือมาทำการปูที่นอนให้คู่บ่าวสาว โดยเชื่อว่าจะทำให้ครองเรือนกันอย่างมีความสุขเช่นเดียวกับผู้ที่ทำการปูที่นอนให้

10. อาหารต้องห้าม

– ยำ เพราะชื่อใกล้เคียงกับคำว่า “ระยำ”

– ต้มยำ เพราะมีรสเผ็ดร้อน และจะทำให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทในครอบครัว

– แกงหอยขม เพราะชื่อใกล้เคียงกับคำว่า “ขมขื่น”

จะเห็นว่ามีหลายเรื่องในพิธีแต่งงานที่เป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ แม้เราไม่เชื่อแต่ก็ควรปฎิบัติตามไปก่อน เพราะในพิธีแต่งงานไม่ได้มีแค่คู่บ่าวสาว ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย หากพวกท่านรู้สึกไม่สบายใจก็จะทำให้พิธีเป็นไปโดยไม่รวบรื่นเท่าที่ควร