“หนี้สาธารณะ”ใครต้องจ่าย…? หลังยอดกู้ไทยใกล้แตะ60%ของ”จีดีพี”

ข่าวล่าสุด

หนี้สาธารณะ” หมายถึง การกู้ยืมเงินของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงจําเป็นต้องกู้เงินมาใช้จ่าย เพื่อพัฒนาประเทศลงทุนสร้างถนนหนทางไฟฟ้า ประปา และพลังงานต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนขยายการลงทุนในกิจการต่าง ๆ ทําให้ประชาชนมีงานทํา มีรายได้สูงขึ้นเมื่อรายได้ประชาชาติเพิ่มสูงขึ้น รัฐบาล ก็จะสามารถเก็บภาษีเงินได้จากประชาชนเพิ่มขึ้นเพื่อชําระหนี้คืน รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ทั้งที่พัฒนาแล้ว และกําลังพัฒนาต่างก็มีหนี้สาธารณะอยู่เป็นจํานวนไม่น้อย หนี้สาธารณะนี้เราจะมองได้ทั้ง 2 ด้าน คือ เมื่อรัฐบาลยืมเงินเข้ามาก็จัดเป็นรายรับของรัฐบาลทางหนึ่ง และเมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระรัฐบาลก็ต้องตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายเพื่อชําระหนี้การก่อหนี้สาธารณะของรัฐบาลจึงมีผลต่อเศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศ

ทั้งนี้ การพิจารณาระดับหนี้สาธารณะในประเทศมักเทียบร้อยละจากจีดีพี เพื่อพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ โดยในปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้กำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 60 จากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ในปี พ.ศ. 2563 นี้ คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทยอาจขึ้นสูงไปถึงร้อยละ 55 และอาจขึ้นสูงไปถึงร้อยละ 65 ภายในปีพ.ศ. 2564-2566

ล่าสุด เว็บไซต์ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เผยแพร่ รายงานรายงานสถานะหนี้สาธารณะของประเทศไทย ณ 31 ธ.ค.2564 พบว่า มีหนี้ 9,644,256 ล้านล้านบาท คิดเป็น 59.57% ของจีดีพี เทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่สัดส่วนหนี้สาธารณะลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 59.58% ของจีดีพี เนื่องจากมูลค่าจีดีพีมีการปรับเพิ่มขึ้น ตามการขยายตัวเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากการคลายล็อกมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยหนี้สาธารณะ 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 (ต.ค.-ธ.ค.2565) มีการกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และการบริหารหนี้ถึง 5,874,905 ล้านล้านบาท

ประชาชนเป็นทั้งผู้มีส่วนได้และผู้มีส่วนเสียจากหนี้สาธารณะ ผลกระทบจากหนี้สาธารณะ ไม่ว่าทางบวกหรือทางลบ ล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งสิ้น หากรัฐบาลนำงบประมาณจากการกู้หนี้มาใช้พัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะโดยการสร้างสาธารณูปโภค ลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน ใช้เพื่อการจ้างงาน หรือใช้ไปกับการส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจ ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ต่างๆ เหล่านั้น แต่หากหนี้สาธารณะทำให้เกิดผลลบทางเศรษฐกิจ ประชาชนก็ได้รับผลกระทบอย่างยากจะเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการที่เศรษฐกิจชะลอตัว หดตัว

สำหรับประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูง แต่รัฐบาลของประเทศนั้นมีการบริหารจัดการได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ดีอาจแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มอัตราภาษีเพื่อจัดเก็บรายได้ให้ได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับประชาชนโดยตรง หรือรุนแรงที่สุด คือ หากประเทศมีหนี้สาธารณะสูงขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลไม่มีความสามารถชำระหนี้ ประเทศก็อาจถึงขั้นล้มละลาย เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ธุรกิจล้ม คนตกงาน

ทั้งนี้ หนี้สาธารณะจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือไม่ มากหรือน้อยอย่างไร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าหนี้เพียงปัจจัยเดียว แต่ประสิทธิภาพในการใช้เงินที่กู้มานั้นเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ถ้ารัฐบาลไหนสามารถนำเงินกู้มากระตุ้นเศรษฐกิจให้เติมโตได้ ก็สามารถชำระหนี้ได้โดยไม่เดือดร้อนประชาชน

อ้างอิง
https://siamrath.co.th/economy